เลือกภาษา

×
English English
Thai ไทย
Chinese Simplified 中文 (简体)
Chinese Traditional 中文 (繁體)
Cantonese 廣東話
Japanese 日本語
Korean 한국어
Hindi हिन्दी
Arabic العربية
Bengali বাংলা
Urdu اردو
Persian فارسی
Russian Русский
German Deutsch
French Français
Spanish Español
Portuguese Português
Italian Italiano
Turkish Türkçe
Vietnamese Tiếng Việt
Indonesian Bahasa Indonesia
Malay Bahasa Melayu

คุณสมบัติ

×
เรียนรู้ผ่านบทสนทนาจริง
แฟลชการ์ดภาพลึกและช่วยจำ
โค้ชภาษา AI ส่วนตัว
กระตุ้นความจำอัจฉริยะด้วย Babbly SRS
เพิ่มพลังสมองเพื่อการเรียนรู้สูงสุด
กลไกปรับกระตุ้นสมองอัตโนมัติ

Babbly

ทำไมเราเริ่มต้นที่บทสนทนา ไม่ใช่ไวยากรณ์

แอปเรียนภาษาแบบดั้งเดิมมักเน้นกฎไวยากรณ์ ทำให้เกิดความเครียดขัดขวางการเรียนรู้ แต่ Babbly เริ่มต้นด้วยบทสนทนาจริงที่ใช้ได้ทันที ปล่อยให้ไวยากรณ์ค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ — เหมือนกับวิธีที่คุณเรียนรู้ภาษาตั้งแต่เด็ก

ดาวน์โหลดเลย

Babbly ทำงานอย่างไร

วิธีเรียนรู้ด้วยบทสนทนาเป็นอันดับแรก

เริ่มด้วยบทสนทนาจริง

เราคัดสรรบทสนทนาสั้น ๆ ใช้งานได้จริง และเหมาะสมกับระดับของคุณ ไม่มีบทเรียนไวยากรณ์แบบนามธรรม มีแต่สถานการณ์ที่คุณจะเจอในชีวิตประจำวัน เช่น การสั่งกาแฟ ขอเส้นทาง หรือคุยกับเพื่อนใหม่

ดาวน์โหลดเลย

ซึมซับอย่างเป็นธรรมชาติ (ไม่ต้องฝืนจำ)

เรียนรู้บทสนทนาและคำศัพท์แต่ละบท โดยไม่ต้องพยายามจำทุกรายละเอียดหรือเข้าใจกฎไวยากรณ์ทุกข้อ ปล่อยให้สมองของคุณซึมซับรูปแบบและจังหวะของภาษา เหมือนกับเด็กที่ฟังผู้ใหญ่พูด

ดาวน์โหลดเลย

ทบทวนคำศัพท์อย่างชาญฉลาด

ระบบ SRS™ ของ Babbly ช่วยให้คุณจำคำสำคัญจากบทสนทนาได้แม่นยำ โดยทบทวนในช่วงเวลาที่เหมาะสมทางวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้จำได้ในระยะยาว

ดาวน์โหลดเลย

ฝึกสมองทุกวัน ช่วงสมาธิสูง (5-15 นาที)

ในช่วงเวลาสงบ คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ Alpha Wave Learning™ เพื่อให้สมองคุ้นเคยกับเสียงและรูปแบบของภาษาในสภาวะผ่อนคลาย ไม่กดดัน ไม่ต้องวิเคราะห์ แค่เปิดรับภาษาอย่างอ่อนโยน

ดาวน์โหลดเลย

สร้างคลังบทสนทนาส่วนตัว

เพิ่มบทสนทนาใหม่ ๆ ได้ต่อเนื่อง เมื่อคุณพร้อมมากขึ้น แต่ละบทจะเพิ่มศัพท์และรูปแบบภาษาใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ดาวน์โหลดเลย

ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับ

ใช้งานได้จริงตั้งแต่แรก: ทุกบทสนทนาสอนคำศัพท์และวลีที่นำไปใช้จริงได้ทันทีในสถานการณ์ชีวิตประจำวัน ไม่ต้องรอหลายเดือนเพื่อจะได้คุยจริง

คำศัพท์ขยายขึ้นเรื่อย ๆ: แต่ละบทสนทนามีคำศัพท์ที่มีประโยชน์ 10-15 คำ แค่เรียนสัปดาห์ละ 2 บท สามเดือนคุณจะจำคำศัพท์ที่ใช้สนทนาได้ 200-360 คำ

ซึมซับไวยากรณ์แบบธรรมชาติ: ไม่ต้องท่องกฎไวยากรณ์ คุณจะเข้าใจไวยากรณ์ที่ถูกต้องอย่างเป็นธรรมชาติ จากการฟังและใช้รูปแบบภาษาในสถานการณ์จริงบ่อย ๆ

สร้างความมั่นใจ: เริ่มต้นด้วยบทสนทนาที่คุณทำได้ จะช่วยสร้างความมั่นใจและแรงจูงใจ ไม่รู้สึกกดดันเหมือนการเรียนแบบเน้นไวยากรณ์

บทสนทนาใน Babbly ช่วยให้คุณเรียนรู้ภาษาได้อย่างไร?

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Germane Cognitive Load

หลักวิทยาศาสตร์

ทำไมการเริ่มที่บทสนทนาจึงได้ผลจริง

การซึมซับภาษาแบบธรรมชาติ vs. การท่องจำ

ทฤษฎี Acquisition-Learning Hypothesis ของ Stephen Krashen (1982):

งานวิจัยของ Krashen ชี้ให้เห็นกระบวนการเรียนภาษาสองรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

  • การซึมซับภาษา: กระบวนการที่เป็นธรรมชาติ คล้ายกับการที่เด็ก ๆ เรียนรู้ภาษาแรกของตนเอง
  • การเรียนรู้ภาษา: การศึกษาด้วยการวิเคราะห์กฎไวยากรณ์และลิสต์คำศัพท์แบบมีสติ

ข้อค้นพบสำคัญ: เฉพาะการซึมซับภาษาเท่านั้นที่ทำให้ใช้ภาษาคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ การเรียนรู้แบบท่องจำอาจช่วยสอบผ่าน แต่การซึมซับภาษาคือหัวใจของการสนทนาได้จริง

ทฤษฎี Comprehensible Input (i+1):

ภาษาจะซึมซับได้ดีที่สุด เมื่อผู้เรียนได้รับสิ่งที่เข้าใจได้และยากขึ้นเล็กน้อย — มีความท้าทายพอเหมาะโดยไม่ทำให้เครียดหรืองง บทสนทนาจะสร้างจุด 'พอดี' นี้กับแต่ละคนอย่างเป็นธรรมชาติ

ความเครียดจากไวยากรณ์

คอร์ติซอลกับการสร้างความทรงจำ:

งานวิจัยของ Dr. Robert Sapolsky ที่ Stanford University พบว่าฮอร์โมนความเครียดมีผลรบกวนการจดจำข้อมูลใหม่ หากผู้เรียนกังวลกับไวยากรณ์ ระดับคอร์ติซอลที่สูงจะขัดขวางข้อมูลภาษาถูกบันทึกไว้ในความทรงจำระยะยาว

ทฤษฎี Affective Filter Hypothesis:

Krashen พบว่า อารมณ์อย่างความเครียด กังวล หรือขาดความมั่นใจ จะสร้าง "แผ่นกรองทางอารมณ์" ที่ขัดขวางการซึมซับภาษา การเรียนแบบเน้นไวยากรณ์จะเพิ่มกรองนี้ แต่บทสนทนาจะลดลง

ทำไมบทสนทนา สร้างเส้นทางสมองที่ดีกว่า

แนวคิด Embodied Cognition ในการเรียนภาษา:

งานวิจัยด้าน Embodied Cognition พบว่าภาษาจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อเชื่อมโยงกับบริบทและประสบการณ์จริง บทสนทนาให้ข้อมูลเชิงบริบทที่หลากหลาย ช่วยให้สมองเชื่อมโยงและจดจำได้ดียิ่งขึ้น

การจับรูปแบบ vs. การท่องกฎ:

สมองมนุษย์เก่งในการจับรูปแบบ แต่ไม่ถนัดใช้กฎไวยากรณ์อย่างมีสติในการพูดจริง บทสนทนาช่วยให้สมองซึมซับรูปแบบโดยธรรมชาติ ขณะที่การท่องกฎนั้นชะลอและลดประสิทธิภาพการสื่อสาร

หลักฐานงานวิจัยสนับสนุน

งานวิจัยเกี่ยวกับ Input Hypothesis:

การศึกษาหลายชิ้นยืนยันว่า การสัมผัสกับภาษาที่ใช้ได้จริงและยากกว่าระดับตนเองเล็กน้อย มีประสิทธิภาพในการซึมซับภาษา มากกว่าการสอนกฎไวยากรณ์ตรง ๆ

การศึกษาทฤษฎี Natural Order Hypothesis:

งานวิจัยระบุว่า โครงสร้างไวยากรณ์จะถูกซึมซับตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถเร่งหรือเปลี่ยนด้วยการสอนแบบตรง ๆ ได้ การเรียนด้วยบทสนทนาจึงสอดคล้องกับเส้นทางธรรมชาติของสมองเรา

การทดสอบทฤษฎี Monitor Hypothesis:

การวิจัยพบว่า การพึ่งกฎไวยากรณ์มากเกินไป (the "monitor") ในการพูด กลับลดความคล่องและธรรมชาติ ทำให้ลังเลและพูดไม่มั่นใจ

ข้อได้เปรียบบทสนทนาสำหรับผู้ใหญ่

ลดภาระสมอง:

ต่างจากเด็ก ผู้ใหญ่มีความรู้และทักษะการสื่อสารมาก่อน บทสนทนาจะดึงศักยภาพเหล่านี้มาใช้ แต่การเรียนไวยากรณ์แยกออกมาต่างหาก กลับมองข้ามข้อได้เปรียบนี้

ได้บริบทที่มีความหมาย:

สมองผู้ใหญ่ต้องการความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง บทสนทนาให้ประโยชน์ทันที ขณะที่กฎไวยากรณ์เดี่ยว ๆ รู้สึกเป็นเรื่องนามธรรมที่ไกลตัว

แรงจูงใจจากความก้าวหน้าเห็นผลทันที:

บทสนทนาเปิดโอกาสให้พูดคุยจริงตั้งแต่วันแรก สร้างแรงจูงใจและพลังบวก ให้คุณอยากเรียนต่อเนื่องในระยะยาว